ที่แท้แม่วัย15 ขุดหลุมฝังลูกแรกเกิด

16 พฤษภาคม 2019 | Slide, ข่าวเมืองน่าน
Loading...

จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 15 พ.ค. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ชุมพวง จ.นครราชสีมา รับแจ้งพบเด็กทารกถูกทิ้งอยู่ในไร่มันสำปะหลัง ห่างจากหมู่บ้านหนองขาม ต.ท่าลาด อ.ชุมพวง ประมาณ 1 กิโลเมตร โดยชาวบ้านนำเด็กส่งโรงพยาบาลชุมพวงไปแล้ว

Loading...

หลังจากแพทย์กำลังตรวจร่างกายและดูแลทำความสะอาด เด็กทารกเพศชาย ผิวขาว หนัก 2,400 กรัม ซึ่งยังมีสายรกติดอยู่ ก่อนตัดสายรกและนำเด็กเข้าตู้อบปลอดเชื้อ โดยผู้ที่พบเด็กถูกทิ้งคือ นายอุสา นิสัยค้า อายุ 41 ปี ชาวบ้านหมู่ 15 บ้านหนองขาม ต.ท่าลาด อ.ชุมพวง เจ้าหน้าที่จึงเดินทางไปสอบสวนแล้วให้พาไปชี้จุดที่พบเด็กถูกทิ้ง


นายอุสาให้ข้อมูลว่า ขณะนำวัวไปกินหญ้าบริเวณไร่มันสำปะหลัง ห่างจากหมู่บ้าน 1 ก.ม. ได้ยินเสียงสุนัขเห่าและเสียงเด็กร้องอยู่ในไร่มันสำปะหลัง จึงเดินตามเสียงไปดูก็เห็นสุนัขกำลังคุ้ยเขี่ยกองดินทราย และเห็นเหมือนมีขาเด็กโผล่ออกมา จึงได้ใช้มือโกยดินออกถึงพบว่าเป็นเด็กทารกจริงๆและยังไม่เสียชีวิต จากนั้นรีบใช้มือปัดดินบริเวณตามตัวออกแล้วรีบอุ้มเด็กวิ่งกลับเข้าไปในหมู่บ้านเพื่อเรียกให้คนช่วยพาส่ง ร.พ.

Loading...

ทั้งนี้บริเวณจุดพบเด็ก เจ้าหน้าที่พบกระเป๋านักเรียน เศษผ้าและถุงพลาสติกที่เปื้อนเลือดตกอยู่ คาดว่าเป็นของแม่เด็กที่น่าจะเพิ่งคลอดแล้วนำเด็กมาขุดหลุมฝังดิน เพื่อหวังฆ่าให้ตาย แต่เป็นโชคดีของเด็กที่คนมาพบเสียก่อน

Loading...

ในวันนี้ (16 พ.ค. 62) นายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา พร้อมด้วย นายไตรรัตน์ วิทยานุมาศ นายอำเภอชุมพวง และกิ่งกาชาดอำเภอชุมพวง ได้เดินทางเข้าเยี่ยมเด็กทารกภายในห้องคลอดโรงพยาบาลชุมพวง โดย นายไตรรัตน์ เปิดเผยว่า ขณะนี้เด็กอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างดี เด็กสุขภาพแข็งแรงดี ส่วนด้านคดีเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวแม่ที่นำเด็กทารกมาทิ้งได้แล้ว โดยพบว่าเป็น คุณแม่วัยใส อายุเพียง 15 ปี

โดยเจ้าหน้าที่แกะรอยมาจากเยาวชนในหมู่บ้านที่เข้าไปซื้อผ้าอนามัยมากผิดปกติ จึงได้นำตัวเด็กสาวคนดังกล่าวมาสอบสวน จนกระทั่งยอมรับสารภาพว่า เป็นลูกของตนเอง #เนื่องจากกลัวจะถูกพ่อตีว่าตนเองท้องมีลูก จึงได้นำลูกไปขุดดินฝัง อย่างไรก็ตาม ผู้ปกครองของเด็กหญิงสาวทราบเรื่องและเตรียมติดต่อขอรับเด็กกลับไปเลี้ยงดูแล้ว ส่วนแม่เด็กที่ขุดดินฝังเด็กทารกเจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมดำเนินคดีตามกฎหมายและให้สหวิชาชีพ เข้าดูแลทางด้านจิตใจของเด็กสาวรายนี้ต่อไป

ที่มาและขอบคุณ สายข่าว จิตอาสา,Ake Srisuwan





Loading...