ทุ่มทุนพลิกโฉม “สะพานแม่น้ำแคว” ดินแดน “สงครามโลก” รองรับนักท่องเที่ยว

15 เมษายน 2019 | ข่าวเมืองน่าน
Loading...

สะพานข้ามแม่น้ำแคว สถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญที่สุดของจังหวัดกาญจนบุรี ตั้งอยู่ที่ ตำบลท่ามะขาม อำเภอเมืองกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี เป็นสะพานของเส้นทางรถไฟสายมรณะ สร้างขึ้นสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 สะพานเหล็กสัญลักษณ์ของเมืองกาญจนบุรี ซึ่งได้จารึกเรื่องราวแห่งประวัติศาสตร์ ไว้มากมาย ถ้าไม่ได้มาเหยียบบนสะพานนี้ถือว่ายังมาไม่ถึงกาญจนบุรีเลยทีเดียว

Loading...

 

เมื่อเอ่ยถึง “สะพานข้ามแม่น้ำแคว” ต.ท่ามะขาม อ.เมืองกาญจนบุรี เชื่อว่าทุกคนต้องรู้จักเป็นอย่างดี เพราะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงในระดับโลกเนื่องจากเป็นดินแดนที่มีเรื่องราวเกี่ยวข้องกับ สงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ ทหารญี่ปุ่น เกณฑ์เชลยสงครามไปก่อสร้างสะพานรถไฟสายมรณะ มีการล้มตายไปเป็นจำนวนมาก

Loading...

ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศจำนวนมากเดินทางไปเที่ยวชมสะพานประวัติศาสตร์แห่งนี้ จากสถิติในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวเดินทางไปเที่ยวชม “สะพานข้ามแม่น้ำแคว” มากถึง 7 ล้านคน และมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นทุกปี การรถไฟแห่งประเทศไทย จึงได้มีโครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณที่หยุดรถเขาปูน เชิงสะพานข้ามแม่น้ำแควทิศใต้ฝั่งตะวันออก หมู่ 4 ต.ท่ามะขาม อ.เมืองกาญจนบุรี เนื้อที่ประมาณ 50 ไร่ เพื่อรองรับการมาเยือนของนักท่องเที่ยว

โครงการนี้ชื่อว่า “World War ll Bridge Project Kanchanaburi Thailand” โดยประกาศเชิญชวนนักลงทุนมาร่วมลงทุน และล่าสุดมีการส่งมอบที่ดินให้แก่ บริษัท วิชั่น อินสเป็คเตอร์ แอนด์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด ผู้ชนะการประมูลไปแล้วการพัฒนาพื้นที่ริมฝั่งบริเวณสะพานข้ามแม่น้ำแคว นับเป็นก้าวแรก และในอนาคตหลังก่อสร้างแล้วเสร็จเชื่อว่าจุดดังกล่าวจะกลายเป็น “แลนด์มาร์ก” แห่งใหม่ของ จ.กาญจนบุรี และชาวกาญจนบุรีให้ความสนใจกันมาก

Loading...

นายวิศารท์ พจน์ประสาท ประธานบริหารโครงการ World War ll Bridge Project Kanchanaburi Thailand เปิดเผยว่า โครงการนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง ชาวเมืองกาญจนบุรี และ ส่วนราชการต่างๆ ที่จะร่วมกันพัฒนาพื้นที่รองรับการท่องเที่ยวบริเวณ สะพานข้ามแม่น้ำแควที่สำคัญคือการสร้างกิจกรรมเพื่อรองรับการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยจะใช้งบประมาณในการลงทุนประมาณ 1,500 ล้านบาทรายละเอียดโครงการมีการก่อสร้าง พิพิธภัณฑ์สงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นศูนย์เรียนรู้และแหล่งรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับประวัติการสร้างสะพานแม่น้ำแควที่มีเรื่องราวเกี่ยวกับสงครามโลกครั้งที่ 2 และมวลมนุษยชาติซึ่งมาเสียชีวิตในการสร้างสะพานรถไฟสายมรณะเส้นนี้

ข้อมูลทั้งหมดจะถูกจัดเก็บและแปลเป็นภาษาต่างประเทศ เพื่อเผยแพร่ให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติได้ทราบถึงประวัติศาสตร์และความเป็นมาในการสร้างสะพานแห่งนี้“นอกจากนี้ยังมีการก่อสร้างโรงแรมรีสอร์ต (Resort Hotel) สูง 4 ชั้น รูปแบบสถาปัตยกรรม Industrail Revolution Colonial ยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม จุดกำเนิดสงครามโลกครั้งที่ 1 และ 2 ในตะวันตกเป็นแนวทางการออกแบบและตกแต่งทั้งภายนอกและภายใน” นายวิศารท์ กล่าวนายวิศารท์ เผยอีกว่า การจัดภูมิสถาปัตย์ (Land Scape) จะมีเรื่องราวในวรรณคดีไทย มีงานปั้นผสมการจัดสวนป่า น้ำตกและสวนหินเพื่อให้สอดคล้องกลมกลืนกับภูมิประเทศ

การก่อสร้างแยกเป็น 3 อาคาร ประกอบด้วย อาคารแรก World War 2 Bridge Hotel (River Kwai Front) เป็นอาคารสูง 4 ชั้น ลดระดับตามสัดส่วนของการออกแบบ มีทัศนียภาพเป็นตัวกำหนดทิศทางการมองมีห้องจัดเลี้ยงห้องสัมมนาความจุ 1,500 คน ห้องพัก 58 ห้อง มีสระว่ายน้ำ 1 แห่ง พร้อมสระว่ายน้ำเด็ก ลานอาบแดด พร้อมท่าเรือสำหรับท่องเที่ยวในจุดอื่นๆ และสวนประติมากรรมไทยประยุกต์อาคารที่ 2 World War 2 Bridge Hotel (River Kwai Middle) เป็นอาคารสูง 4 ชั้นเช่นกัน มีห้องพัก 78 ห้อง พร้อมห้องสนับสนุนกิจการและส่วนเกี่ยวข้อง ลานจอดรถ 100 คัน ส่วนรับแขกโถงพักผ่อน และสวนประติมากรรมไทยประยุกต์

อาคารที่ 3 World War 2 Bridge Hotel (River Kwai Back) เป็นอาคารสูง 4 ชั้น มีห้องพัก 78 ห้อง พร้อมห้องสนับสนุนกิจการและส่วนเกี่ยวข้อง ลานจอดรถ 120 คัน ส่วนรับแขกโถงพักผ่อน และสวนประติมากรรมไทยประยุกต์นอกจากนี้ยังมีอาคารอื่นๆ เช่น ศูนย์การค้าแนวราบ (World War 2 Bridge Departmentstore) สูง 2 ชั้นและชั้นเดียว ลักษณะโครงสร้างทั่วไปทรงเหลี่ยม ลักษณะคล้ายค่ายทหาร รูปแบบสถาปัตยกรรม BRAUHAUS (โรงงานอุตสาหกรรมผลิตเบียร์) เป็นยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม Industrail Revolution จุดกำเนิดสงครามโลกครั้งที่ 1 และ 2

รวมทั้งส่วนที่เป็นพื้นลาน Prisoner of War Camp Market (ตลาดค่ายเชลยศึก) เป็นอาคารชั้นเดียว สูง 3.50 ม. และ 5.00 ม. ตามลักษณะการออกแบบของค่ายทหาร ในบรรยากาศสบายๆ มีห้องขายสินค้า 200 ห้อง และลานแสดงกิจกรรมของประชาชนขณะนี้โครงการดังกล่าวได้เริ่มก่อสร้างไปแล้วบางส่วน อีกไม่นานสถานที่แห่งนี้จะเปิดให้บริการนักท่องเที่ยวเต็มรูปแบบและจะกลายเป็น “แลนด์มาร์ก” แห่งใหม่ที่คนเมืองกาญจนบุรีจะต้องภูมิใจ

โครงการนี้ใช้เวลาก่อสร้าง 3 ปี คาดว่าเสร็จแน่นอนในปี 2565 และเชื่อว่าโครงการนี้จะเป็นตัวกระตุ้นให้โครงการและกิจการต่างๆ บริเวณรอบๆโครงการ รวมทั้งบริเวณสะพานข้ามแม่น้ำแควจะต้องปรับตัวพัฒนาเพื่อรองรับความเจริญที่จะเกิดขึ้น   หากใครไม่ปรับตัวหรือพัฒนารองรับแลนด์มาร์กแห่งใหม่ คงจะพลาดโอกาสและตกขบวนการสร้างรายได้ในอนาคต เนื่องจากจะมีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกหลั่งไหลมาเที่ยวเพิ่มมากขึ้นแน่นอน





Loading...