ไม่น้อยหน้าต่างประเทศ “ยอดน้ำแร่เมืองน่าน” ของดีจาก ดอยสองแคว โฮมสเตย์ สปา ซาวน่า สร้างอาชีพชุบชีวิตเกษตรกร

18 ธันวาคม 2018 | ข่าวเมืองน่าน
Loading...

“เมืองน่าน” นับเป็นอีกหนึ่งจังหวัดอันดับต้นๆของไทย ที่นักท่องเที่ยวหลั่งไหลมาเที่ยวอย่างไม่ขาดสาย เมืองเล็กๆที่ไม่ใช่ทางผ่าน ไม่ว่าจะฤดูร้อน ฝน หรือหนาว จังหวัดน่านก็มีเสน่ห์ในตัวเองแตกต่างกันออกไป “น่าน” จังหวัดขนาดมินิกะทัดรัด แต่กลับเป็นปลายทางในฝันแห่งใหม่ของใครต่อใคร

Loading...

ด้วยความงดงามของขุนเขา ป่าไม้ วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คน วัฒนธรรม ประเพณีที่หลากหลายทรงคุณค่า ไหนจะวัดวาอาราม บ้านเรือนไทยเหนือแบบโบราณ สถาปัตยกรรมต่างๆที่ยังสืบทอดเรื่องราวมาอย่างยาวนานหลายสมัย ทำให้หลายๆ คนหลงรักเมืองน่านโดยไม่รู้ตัว มาแล้วต้องอยากกลับมาเที่ยวอีกแน่นอน


โดย”จังหวัดน่าน” เป็นหมุดหมาย ในแผนที่นักเดินทางทั่วโลก นอกจากนี้ยังมีนักพัฒนา-นักการธนาคาร และนักประวัติศาสตร์ ดัชนีการพัฒนาเศรษฐกิจ จังหวัดน่าน มีทั้งการท่องเที่ยว และการเกษตร แต่ภาพข่าว ที่ทำให้คนทั้งประเทศจดจำจังหวัดน่าน นั่นก็คือ “ภูเขาหัวโล้น” ที่เกิดจากการเผาป่า ปลูกข้าวโพด ซึ่ง เมื่อ10 ปีที่ผ่านมา จังหวัดน่าน “พลิกโฉมหน้า” จากเมืองหมอควันพิษ ส่วนหนึ่งเพราะพลังแห่งการ “ปิดทองหลังพระ”

และจังหวัดน่าน คือ “พื้นที่ต้นแบบปิดทองหลังพระ พื้นที่แรก” ที่มูลนิธิปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ เลือกลงมือพัฒนาพลิกฟื้นผืนดิน-ชุบชีวิตเกษตรกร

Loading...

ซึ่งหัวใจของจังหวัดน่าน คือพื้นที่ซึ่งมีความสำคัญยิ่งในเชิงภูมิศาสตร์ ในฐานะ “ต้นน้ำน่าน” เส้นเลือดใหญ่ของระบบน้ำในประเทศไทย ถึง 55% ของแม่น้ำเจ้าพระยา

Loading...

Advertisement

โดยที่ผ่านมานั้น จังหวัดน่านต้องเผชิญกับปัญหารุกเร้ารุนแรง ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สุขภาพ และสิ่งแวดล้อมต่อเนื่องมานานหลายปี จากการที่ป่าต้นน้ำน่านถูกบุกรุก แผ้วถางเผาทำลายเพื่อการเพาะปลูกพืชเชิงเดี่ยว โดยสาเหตุจากความยากจนและการขาดโอกาส

และผลของ “ปิดทองหลังพระ” ขยายออกมาถึงด้านหน้าและเบื้องข้างขององค์พระ ทำให้จังหวัดน่าน แตกกอ-ต่อยอด การพัฒนาสาขาต่างๆ และ 1 ในนั้น คือ “ยอดน้ำแร่เมืองน่าน” ที่ นายประชา แสนกลาง นายอำเภอสองแคว จังหวัดน่าน ได้คิดค้นร่วมกับชาวบ้าน โดยมีการตรวจพบพื้นที่ บ้านยอด ตำบลยอด อำเภอสองแคว เป็นแหล่งน้ำแร่ธรรมชาติซึ่งมีปริมาณ 12 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี หรือประมาณ 12,000 ล้านลิตรต่อปี ซึ่งมีการส่งตรวจในแล็บของรัฐและแล็บเอกชนแล้ว ผลออกมาตรงกันว่า “เป็นน้ำแร่ที่มีธาตุเหมาะสมที่จะนำมาทำน้ำดื่มได้”

ทรัพย์ในดิน จึงถูกแปรธาตุเป็นน้ำแร่คุณภาพ โดยจะมีการจัดตั้งวิสาหกิจชุมชนเพื่อสังคม ผลิตน้ำแร่ ใช้ชื่อผลิตภัณฑ์ “ยอดน้ำแร่เมืองน่าน” ซึ่งมีชาวบ้านร่วมเป็นเจ้าของ ด้วยการถือหุ้นประมาณ 55% ขายหุ้นละ 100 บาท ในกิจการนี้ 1 คน สามารถถือหุ้นได้ไม่เกิน 1,000 หุ้น

“ยอดน้ำแร่เมืองน่าน” จะมีกำลังการผลิต 10,000 ลิตรต่อวัน ภายใน 1 เดือน สามารถผลิตน้ำได้ 3 แสนลิตร กระบวนการผลิตมีการทำระบบกรองหยาบ กรองละเอียด กรองกลิ่น ผ่านอัลตราไว้โอแลต และหาตัวจับแคลเซียมให้อยู่ในปริมาณที่เหมาะสม

นายอำเภอสองแคว บอกผ่าน “วารสารปิดทอง” ว่า “เราหาสูตรน้ำแร่ที่เหมาะสมได้แล้วจะเข้าสู่กระบวนการผลิตทันที โดยมีการประสานให้สาธารณสุขจังหวัดเข้ามาช่วยดูแลขั้นตอนการผลิตให้ถูกสุขลักษณะ เราอยากให้ธุรกิจนี้เป็นของชุมชน อยากสื่อให้เห็นว่า จังหวัดน่านมีชุมชนที่รักษาทรัพย์ในดินที่มีประโยชน์ ช่วยกันรักษาป่าต้นน้ำ แล้วเกิดทรัพย์ในดินที่ดี ไม่ใช่เกิดจากกลุ่มทุน แต่เป็นวิสาหกิจชุมชนของคนในพื้นที่จริงๆ”

นายประชา เตรียมแผนบริหาร “ยอดน้ำแร่เมืองน่าน” ไว้ว่า หากขายผลิตภัณฑ์ได้กำไร จะแบ่งออกเป็น 3 ส่วน เพื่อทำประโยชน์ให้สังคม 3 ด้าน คือ ด้านการศึกษาเพื่อแบ่งปันให้เด็กที่ขาดโอกาส ด้านศิลปะ ความเชื่อและศาสนา

“เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นอัตลักษณ์ของคนเมืองน่าน และด้านสิ่งแวดล้อม โดยจะนำเงินดังกล่าวมาร่วมพัฒนาบริเวณริมบ่อน้ำแร่ ให้เป็นแหล่งอาหารปลอดภัย 100 เปอร์เซ็นต์ หรือเป็นเกษตรอินทรีย์ คาดว่าสิ้นปี 2561 จะออกแบบผลิตภัณฑ์และแบรนด์สำเร็จ” นายปรีชากล่าว

สำหรับรายละเอียดผลิตภัณฑ์ นายอำเภอสองแคว กล่าวว่าอยู่ระหว่างการออกแบบตัวผลิตภัณฑ์ และโลโก้ ของน้ำแร่อยู่ คาดว่าจะใช้โลโก้ของสถาบันปิดทองหลังพระและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ ซึ่งเป็นผู้เข้ามาบุกเบิกและให้องค์ความรู้กับคนในพื้นที่บ้านยอด ร่วมกับโลโก้ของจังหวัดน่าน ในระหว่างนี้จะมีการรณรงค์ให้ชาวบ้านเร่งปรับภูมิทัศน์บริเวณรอบบ่อน้ำแร่ ดูแลน้ำให้สะอาด ทำความเข้าใจกับชาวบ้านที่ทำการเกษตรในรอบรัศมี 5 กิโลเมตร ห้ามใช้สารเคมีโดยเด็ดขาด เพื่อป้องกันสารเคมีไหลลงสู่บ่อน้ำแร่

การทำตลาดและการสร้างแบรนด์ของ “ยอดน้ำแร่เมืองน่าน” จะเริ่มจากตลาดท้องถิ่น ก้าวสู่ระดับจังหวัด โดยหาเอเยนต์ ตัวแทนจำหน่ายทุกอำเภอ และจะประสานกับภาคธุรกิจท่องเที่ยวและหน่วยงานราชการให้นำ “ยอดน้ำแร่เมืองน่าน” วางไว้ในห้องประชุมสัมมนาด้วย และหากเป็นไปได้จะขอรับการสนับสนุนจากระทรวงมหาดไทย หาช่องทางให้เด็กนักเรียนในจังหวัดได้บริโภคน้ำแร่สัปดาห์ละ 1 ขวด

(เป็นเพียงภาพประกอบเท่านั้น)

ในอนาคตหากการบริหารน้ำแร่เพื่อการบริโภคไปได้ดี จะต้องมีห้องแล็บเป็นของตัวเอง โดยอาจจะปรับแหล่งน้ำแร่ให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว จัดทำโฮมสเตย์ ต่อยอดโดยนำโคลนน้ำแร่ที่มีปริมาณมาก พัฒนาเป็นเครื่องสำอาง เปิดพื้นที่ทำห้องซาวน่า อบสมุนไพร นวดแผนไทย เพื่อสร้างรายได้ให้ชุมชนด้วย

อีกไม่นานอาจได้เห็น “ยอดน้ำแร่เมืองน่าน”ขึ้นสู่เชลฟ์ ในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ เคียงคู่น้ำแร่ระดับโลก ไม่แพ้น้ำแร่จากญี่ปุ่น และน้ำแร่จากดินแดนเทือกเขาแอลป์ ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานหลายร้อยปี

 

ขอบคุณข้อมูล : ประชาชาติธุรกิจ





Loading...